ตลาดกล้วยของไทยในตางประเทศ

ตลาดกล้วยของไทยในต่างประเทศ

 

เมื่อพิจารณาจากมูลค่าการส่งออกกล้วยของไทย กล้วยและกล้าย สดและตากแห้ง HS 0803.00-100 มีมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี ตั้งแต่ปี 2540 โดยมีตลาดส่งออกหลักอยู่ที่ญี่ปุ่น ฮ่องกง และจีน

ญี่ปุ่น เป็นตลาดส่งออกกล้วยรายใหญ่ที่สุดของไทย ในปี 2544 มีมูลค่าการส่งออก 0.93 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงปี 2540-2541 ญี่ปุ่นมีส่วนแบ่งตลาดส่งออกสูงสุด ประมาณ 60% ในปี 2542 ส่วนแบ่งตลาดส่งออกในญี่ปุ่นลดลงเหลือประมาณ 30%  เนื่องจากเศรษฐกิจตกต่ำในญี่ปุ่นส่งผลให้การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศลดลงในปี 2544 สัดส่วนการส่งออกของไทยในตลาดญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเป็น 43.21% และเพิ่มเป็น 66.38% ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2545 ซึ่งไทยส่งออกกล้วยไปยังญี่ปุ่นมูลค่า       0.11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 24.37% จากช่วงเดียวกันของปี 2544

ฮ่องกง เป็นตลาดส่งออกกล้วยอันดับสองของไทย ในปี 2544 มีมูลค่าส่งออก 0.68 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีส่วนแบ่งตลาดค่อนข้างคงที่ ประมาณ 30% ของตลาดส่งออกกล้วยของไทย ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2545 ไทยส่งออกกล้วยไปยังฮ่องกงมูลค่า    0.05 ล้านดอลลาร์าหรัฐ ลดลง 43.87% จากช่วงเดียวกันของปี 2544

จีน เป็นตลาดส่งออกกล้วยที่ใหญ่อันดับสาม ในปี 2544 ไทยส่งออกกล้วยไปยังจีนมูลค่า 0.53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีส่วนแบ่งตลาดส่งออก 24.54% แต่มูลค่าการส่งออกกล้วยไปยังจีนค่อนข้างผันผวน ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2545 ยังไม่มีตัวเลขการส่งออกกล้วยของไทยไปยังจีน

 

มูลค่าและปริมาณการส่งออกกล้วยของไทยไปยังตลาดต่างประเทศ

มูลค่า : ล้านบาท ล้านดอลลาร์สหรัฐ   สัดส่วน : %

ปริมาณ : 1,000 กิโลกรัม             อัตราเพิ่ม : %

มูลค่า / ปริมาณ อัตรา เพิ่ม
ประเทศ 2540 2541 2542 2543 25 44 2541 2542 2543 2544
มูลค่า สัดส่วน
ญี่ปุ่น บาท 17.52 19.85 24.50 36.43 41.38 43.23 13.31 23.43 48.68 13.59
ดอลลาร์ 0.59 0.48 0.64 0.92 0.93 43.21 -17.55 32.70 43.18 1.47
ปริมาณ 831 728 1,034 1,327 655 30.48 -12.39 42.03 28.34 16.34
ฮ่องกง บาท 8.46 9.70 19.97 34.39 29.95 31.29 14.64 105.93 72.19 -12.92
ดอลลาร์ 0.26 0.23 0.53 0.86 0.68 31.22 -14.24 137.26 61.29 -21.63
ปริมาณ 1,300 1,030 2,004 2,103 681 31.69 -20.77 94.56 4.94 19.06
จีน บาท 0.37 0.13 43.10 47.66 23.40 24.45 -65.67 33,920.35 10.58 -50.90
ดอลลาร์ 0.01 0.00 1.11 1.18 0.53 24.54 -70.44 43,737.76 6.87 -55.09
ปริมาณ 46 16 3,558 3,946 771 35.88 -65.22 22,137.50 10.91 -44.25
อื่นๆ บาท 0.39 0.89 2.18 1.10 1.10 1.03 128.20 144.94 -49.54 -10.00
ดอลลาร์ 0.00 0.03 0.06 0.03 0.02 1.03 100.00 -50.00 -33.33
ปริมาณ 15 33 186 162 42 1.95 120.00 463.64 -129.03 -52.27
รวม บาท 26.44 30.57 89.75 119.58 95.72 100.00 15.63 193.55 33.24 -19.96
ดอลลาร์ 0.86 0.74 2.34 2.99 2.16 100.00 -14.50 217.63 27.83 -27.73
ปริมาณ 2,192 1,807 6,782 7,538 2,149 100.00 -17.56 275.32 11.15 -17.54

หมายเหตุ : ปริมาณการส่งออกกล้วยในปี 2544 เป็นตัวเลขของเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2544

ที่มา : กรมเศรษฐกิจการพาณิชย์

 

ญี่ปุ่นตลาดเป้าหมายกล้วยหอมทองอินทรีย์

ญี่ปุ่นเป็นตลาดส่งออกกล้วยรายใหญ่ที่สุดของไทย โดยญี่ปุ่นนำเข้ากล้วยจาก         ต่างประเทศปีละประมาณ 50,000 ตัน มูลค่า 20,000 ล้านบาท แหล่งนำเข้ากล้วย     รายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นมาจากฟิลิปปินส์ รองลงมาคือ เอกวาดอร์ ไต้หวัน จีน            สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐโดมินิกัน เม็กซิโก และไทย

 

มูลค่าและปริมาณนำเข้ากล้วยของญี่ปุ่น

ปริมาณ : ตัน

มูลค่า : ล้านเยน

ปี 2536 2537 2538 2539 2540
ปริมาณ 913,335 929,380 873,765 818,712 885,140
มูลค่า 52,893 44,185 40,908 47,094 52,646

ที่มา : Japan Exports & Imports

 

แหล่งนำเข้ากล้วยที่สำคัญของญี่ปุ่น

มูลค่า : ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สัดส่วน : %

อัตราเพิ่ม : %

มูลค่า สัดส่วน อัตรา เพิ่ม
ประเทศ 2541 2542 2543 2544 2541 2542 2543 2544 2543 2544
(มค.-เมย.) (มค.-เมย.) (มค.-เมย.)
ฟิลิปปินส์ 315.110 382.353 389.093 108.721 67.17 69.57 70.49 72.52 1.76 -17.87
เอกวาดอร์ 85.199 111.580 112.672 33.624 18.16 20.30 20.41 22.43 0.98 -9.64
ไต้หวัน 50.875 43.400 38.404 4.114 10.85 7.90 6.96 2.74 -11.51 -66.96
จีน 5.414 7.164 2.987 1.803 1.15 1.30 0.54 1.20 -58.31 46.28
สหรัฐฯ 0.000 0.772 2.654 0.469 0.00 0.14 0.48 0.31 243.77 -35.61
โดมินิกัน 0.728 1.545 1.729 0.341 0.16 0.28 0.31 0.23 11.92 -53.52
เม็กซิโก 1.972 1.864 1.536 0.336 0.42 0.34 0.28 0.22 -17.63 -28.75
ไทย 0.649 0.855 1.286 0.393 0.14 0.16 0.23 0.26 50.39 -2.27
อื่นๆ 9.156 0.035 1.592 0.118 1.95 0.01 0.30 0.09 44,485.71 -43.27
รวม 469.103 549.568 551.953 149.919 100.00 100.00 100.00 100.00 0.43 -19.32

ที่มา : Japan Customs

 

ความนิยมอาหารเพื่อสุขภาพส่งผลให้ญี่ปุ่นนำเข้ากล้วยมากขึ้นและความ       หลากหลายของกล้วยที่นำเข้าก็มีมากขึ้นด้วย กล้วยเป็นราชาแห่งผลไม้นำเข้าของญี่ปุ่น   ตั้งแต่มีการเปิดเสรีการนำเข้าในปี 2506 ในปี 2515 ญี่ปุ่นนำเข้ากล้วยกว่า 1 ล้านตัน ประชาชนญี่ปุ่นรับประทานกล้วยโดยเฉลี่ยคนละ 9.9 กิโลกรัมต่อปี นับเป็นปีที่มีการ     รับประทานกล้วยสูงสุดในญี่ปุ่น มูลค่าการนำเข้ากล้วยของญี่ปุ่นลดลงมากในปี 2526 เหลือ 570,000 ตัน ปริมาณการรับประทานกล้วยต่อคนลดลงเหลือ 4.8 กิโลกรัมต่อปี  ปริมาณการนำเข้ากล้วยของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 818,700 ในปี 2539 เพิ่มเป็น 983,200 ตัน ในปี 2542 ขยายตัวขึ้น 13.7% มีผลมาจากสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสม  ในประเทศผู้ปลูกส่งผลให้การผลิตกล้วยได้รับผลดี และซูเปอร์มาร์เก็ตในญี่ปุ่นต่างให้ความสนใจที่จะจำหน่ายกล้วยเพิ่มขึ้น มีส่วนช่วยสนับสนุนให้ญี่ปุ่นนำเข้ากล้วยเพิ่มขึ้น ปริมาณกล้วยที่ญี่ปุ่นนำเข้ามีสัดส่วน 59% ของผลไม้ทุกชนิดที่ญี่ปุ่นนำเข้าจากต่างประเทศ ในขณะที่การจำหน่ายกล้วยในญี่ปุ่นมีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 2 รองจากส้มเขียวหวานเท่านั้น กล้วยเป็นผลไม้ที่เป็นที่นิยมสูง เนื่องจาก ราคาถูก รับประทานง่าย หยิบจับง่าย

Japan Banana Importer Association (JBIA) คาดการณ์ว่าการบริโภคกล้วย     ในญี่ปุ่นมีแนวโน้มจะขยายตัวต่อไป เนื่องจากปัจจุบันการรับประทานกล้วยโดยเฉลี่ย    ของคนญี่ปุ่นอยู่ที่คนละ 7.7 กิโลกรัมต่อปี ต่ำกว่าอัตราการบริโภคกล้วยในประเทศ      อุตสาหกรรมอื่นๆ ซึ่งมีการรับประทานกล้วยโดยเฉลี่ยคนละ 10 กิโลกรัมต่อปี ซึ่งสมาคมได้พยายามเพิ่มอัตราการบริโภคกล้วยโดยรณรงค์ให้กล้วยเป็น “ผลไม้มหัศจรรย์” (Miracle fruit) ซึ่งได้รับผลดี โดยมีรายงานผลการวิจัยของนักโภชนาการสนับสนุนข้อดีของการรับประทานกล้วยว่า กล้วยสามารถเพิ่มภูมิคุ้มกันโรค ลดอาการการติดเชื้อและ  ลดสารก่อมะเร็ง ลดความดันโลหิต รักษาระดับน้ำตาลในเลือด และไม่เพิ่มไขมันในเลือด สื่อมวลชนต่างๆ ต่างสนับสนุนการรับประทานกล้วยทั้งทางโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์และนิตยสารต่างๆ ช่วยให้ประชาชนเห็นว่ากล้วยเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่สามารถรับประทานได้ทุกวัยตั้งแต่ทารกถึงผู้สูงอายุ  และยังให้นักกีฬาที่มีชื่อเสียง เช่น นักเทนนิส นักกอล์ฟ และอื่นๆ รับประทานอาหารว่างที่ทำจากกล้วยระหว่างพักครึ่งเวลาของการแข่งขัน       ช่วยสนับสนุนให้ผู้ที่รักกีฬาและการออกกำลังกายตระหนักถึงภาพพจน์ทางโภชนาการของผลไม้มากขึ้น กล้วยไม่เพียงมีคุณค่าทางโภชนาการสูง แต่มีน้ำตาลในสัดส่วนสูง สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานได้อย่างรวดเร็ว มีโปแตสเซียมซึ่งลดความดันเลือด และแมกนีเซียม ซึ่งช่วยรักษาความสมดุลของระบบประสาท ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคซึ่งจัดขึ้นที่เมืองลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี 2527 นักกีฬาได้รับกล้วยเป็นอาหารประจำวันด้วย ในปัจจุบันกล้วยเป็นแหล่งพลังงานที่ดีสำหรับนักแข่งขันไตรกีฬา จักรยาน และกีฬาที่ต้องใช้ความอดทนสูงใช้เวลาในการแข่งขันนาน และยังเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก กล้วย 100 กรัมให้พลังงานเพียง 87 กิโลแคโลรี่

กล้วยที่ญี่ปุ่นนำเข้าจากต่างประเทศมาจาก ฟิลิปปินส์ 70% เอกวาดอร์ 20% ไต้หวัน 7% แต่เดิมญี่ปุ่นนำเข้ากล้วยจากไต้หวันมานานก่อนฟิลิปปินส์ กล้วยจากไต้หวัน  มีน้ำตาลสูงเป็นที่นิยมในกลุ่มคนวัยกลางคนและผู้สูงอายุ และในบรรดากล้วยหลากหลายพันธุ์ที่มีจำหน่ายในญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นนิยมรับประทานกล้วยที่มีรสหวานมากกว่าชนิดอื่น กล้วยที่นำเข้าจากฟิลิปปินส์ใช้เครื่องหมายการค้า Dole, Del Monte และ Chiquita       ซึ่งผู้ผลิตในฟิลิปปินส์ได้รับการสนับสนุนการวิจัยพันธุ์ที่เหมาะสมกับรสนิยมของคนญี่ปุ่น เช่น “Super Sweet” และ “Premium One” ซึ่งเข้าตลาดญี่ปุ่นครั้งแรกเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา

เพื่อปกป้องความปลอดภัยในการบริโภคอาหาร คนญี่ปุ่นให้ความสนใจรับประทานกล้วยที่ปลูกโดยไม่ใช้สารเคมีมากขึ้น และสมาคมผู้นำเข้ากล้วยของญี่ปุ่นได้พยายามรณรงค์เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการรับประทานกล้วยของคนญี่ปุ่น จากที่เคยรับประทานกล้วยเป็นของหวานเท่านั้น ให้รับประทานกล้วยเป็นอาหารเช้า ซึ่งเป็นการเริ่มต้นวันใหม่  ที่สะดวก และจากการสำรวจสถิติการซื้อกล้วยในปี 2541 คนญี่ปุ่นซื้อกล้วยเพิ่มขึ้น 10.5% ต่อครอบครัว ทั้งกล้วยสด และกล้วยแปรรูป เช่น กล้วยอบกรอบ น้ำกล้วย      เยลลี่กล้วย แยมกล้วย และยังมีแนวโน้มที่ญี่ปุ่นจะนำเข้ากล้วยและผลิตภัณฑ์กล้วยเพิ่มขึ้นเพื่อรับประทานเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ

 

ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในญี่ปุ่น

ในญี่ปุ่นมีการปลูกพืชเกษตรอินทรีย์ 60-90% ของจำนวนผู้ปลูกพืชโดยใช้สารเคมี แม้ผู้ปลูกจะยังมีจำนวนน้อยแต่จำนวนผู้ปลูกก็เพิ่มขึ้นทุกปี เกษตรกรที่ปลูกพืชด้วยวิธีเกษตรอินทรีย์บางรายยอมรับว่าขาดทุน แต่ก็มีอัตราต่ำ ขาดทุนเพียงประมาณ 15-20% แต่ผลผลิตมีรสชาดดีกว่าที่ปลูกโดยใช้ สารเคมี แม้จะมีรอยหนอนเจาะบ้างแต่ผู้บริโภค    ก็ยินดีจ่ายในราคาที่สูงกว่า เฉพาะในกรุงโตเกียว ประชาชน 150,000-200,000 คน   รับประทานผลิตผลการเกษตรที่ปลูกโดยวิธีเกษตรอินทรีย์ และลดการบริโภคพืชเกษตร   ที่ปลูกโดยใช้สารเคมีลง โรงเรียนและภัตตาคารหลายแห่งเริ่มใช้สินค้าเกษตรอินทรีย์   เป็นส่วนประกอบอาหาร โรงงานสาเกใช้ธัญพืชเกษตรอินทรีย์หมักสาเกสำหรับจำหน่ายเป็นสินค้าราคาสูง คาดว่าคนญี่ปุ่นทั่วประเทศที่รับประทานอาหารเกษตรอินทรีย์มีประมาณ 3-5 ล้านคน หรือ 3-5% ของจำนวนประชากรทั้งหมด โดย 60% ของอาหารเกษตรอินทรีย์ทั้งหมดเป็นผักและผลไม้สด และอีก 40% เป็นอาหารแปรรูปและอาหารแช่แข็งเกษตรอินทรีย์

การจัดจำหน่ายอาหารเกษตรอินทรีย์ในญี่ปุ่น มี 3 วิธี

1) ธุรกิจจัดส่งอาหารถึงครัวเรือน ส่งอาหารครั้งละ 3-20 ครัวเรือน

2) ธุรกิจจัดส่งสินค้าให้อุตสาหกรรมอาหาร บางแห่งใช้เงินลงทุนหลายพันล้านเยน ทำสัญญารับซื้อผลผลิตเกษตรอินทรีย์จากเกษตรกร 1,000-3,000 ราย จัดส่งอาหาร   ให้แก่ครัวเรือนที่เป็นสมาชิก 10,000-35,000 ครัวเรือนต่อสัปดาห์

3) ร้านค้าปลีกอาหารเกษตรอินทรีย์ ประมาณ 150 แห่งในกรุงโตเกียวจัดส่งอาหารเกษตรอินทรีย์โดยตรงให้แก่ผู้บริโภค

อาหารเกษตรอินทรีย์ที่นำเข้าจากต่างประเทศส่วนใหญ่จะนำเข้าในลักษณะแช่แข็งเพื่อรักษาคุณภาพของสินค้า ได้แก่ ไก่ ไข่ ผลิตภัณฑ์นม ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลี ผลไม้สด    ธัญพืช และหมู ส่วนกล้วยอนุญาตให้นำเข้าเฉพาะกล้วยดิบเท่านั้น

 

กฎระเบียบการนำเข้ากล้วยของญี่ปุ่น

1) กฎหมายที่ควบคุมการนำเข้ากล้วย

– Plant Protection Law กำหนดให้พืชที่นำเข้าจากต่างประเทศต้องมีใบรับรอง “Phytosanitary Certificate” ซึ่งออกให้โดยหน่วยงานรัฐบาลของไทย ห้ามนำเข้าพืชจากพื้นที่ที่มีแมลงผลไม้ และผลไม้บางรายการนำเข้าญี่ปุ่นได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดเท่านั้น

– Food Sanitary Law มีวัตถุประสงค์ในการควบคุมสารฆ่าแมลงและสาร    แต่งเติมในอาหารไม่ให้เกินมาตรฐานตามที่ United Nations Food and Agriculture Organization (FAO) และ World Health Organization (WHO) กำหนด ซึ่งผู้นำเข้า    ในญี่ปุ่นต้องเตรียมใบรับรอง “Notification Form for Importation of Foods” และ “Plant Quarantine Inspection Certificate” และ “Phytosanitary Certificate” ที่ออกโดยหน่วยงานในประเทศผู้ส่งออก โดยผู้นำเข้าต้องยื่นเอกสารต่างๆ แก่ Food Sanitation Division, Ministry of Health and Welfare

2) การปิดฉลาก ต้องระบุข้อมูล

– ชื่อ และประเภทสินค้า                     – ประเทศที่เป็นแหล่งกำเนิดสินค้า

– ผู้ผลิต ผู้ขนส่ง ผู้นำเข้า                     – ปริมาณ

– ขนาด                                          – คุณภาพหรือเกรด

3) ภาษีนำเข้ากล้วยหอมในญี่ปุ่น HS 0803.00-100

ระยะเวลา                อัตราทั่วไป       อัตรา WTO      อัตราพิเศษ

1 เมษายน-30 กันยายน           40%              26.7%        10% (Free)

1 ตุลาคม-31 มีนาคม              50%              33.3%        20% (Free)

กล้วยหอมที่นำเข้าจากประเทศด้อยพัฒนาไม่เสียภาษีนำเข้า

 

ลักษณะพิเศษของตลาดกล้วยหอมในญี่ปุ่น

1) ญี่ปุ่นอนุญาตให้นำเข้าเฉพาะกล้วยหอมดิบเท่านั้น ตามกฎหมาย Plant Quarantine Law

2) กล้วยที่นำเข้าส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ Cavendish หรือ Monkee หรือ Morado (red) โดยนำเข้าในขนาด 12-13 กิโลกรัมต่อกล่อง

3) ระยะเวลาในการนำเข้า ญี่ปุ่นนำเข้ากล้วยหอมจากฟิลิปปินส์และเอกวาดอร์ตลอดทั้งปี และนำเข้าจากไต้หวันในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงกันยายน

 

หน่วยงานที่ต้องติดต่อในญี่ปุ่น

1) Japan Banana Importer Association (JBIA) Tel. 81-3-3263 0461

2) Japan Fresh Produce Import Facilitation Association (Nisseikyo)          Tel. 81-3-3251 6021

3) Taiwan Fresh Banana Importers Association Tel. 81-3-3834 0653

4) Japan Organic Agriculture Association

JOAA c/o Tomoyoshi Kiuchi, Hongo-Corporation

No. 1001, 2-40-13 Hongo, 9-Bunkyo-Ku, Tokyo 113, Japan

Tel. 81-3-3818 3078

Fax. 81-3-5684 3417

5) Japan Organic and Natural Foods Association

 

การสำรวจความเห็นของประชาชนญี่ปุ่นต่อผลไม้ที่นำเข้าจากต่างประเทศ

1) ความเห็นของผู้บริโภค

– เหตุผลที่ซื้อผักและผลไม้ที่นำเข้าจากต่างประเทศ เนื่องจาก ผักและผลไม้นั้นไม่มีปลูกในญี่ปุ่น ราคาถูก โดยไม่สนใจว่าผักและผลไม้นั้นเพาะปลูกที่แหล่งใด

– เหตุผลที่ไม่ซื้อผักและผลไม้ที่นำเข้าจากต่างประเทศ เนื่องจาก ไม่มั่นใจในความปลอดภัยของสินค้านำเข้า และผักหรือผลไม้ที่นำเข้าไม่ติดฉลากแหล่งกำเนิดสินค้า

– ราคาเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้ออาหารสดรวมทั้งผักและผลไม้ โดยที่ผู้บริโภคไม่เต็มใจที่จะจ่ายเงินสูงเพียงเพื่อเหตผลด้านความปลอดภัยเพียงอย่างเดียว

2) ความเห็นของผู้ค้าปลีก

– เหตุผลที่ผู้ค้าปลีกเก็บสำรองสินค้านำเข้าเพื่อจำหน่ายในญี่ปุ่น เนื่องจาก     สินค้านำเข้ามีราคาถูก มีผักและผลไม้นอกฤดูจำหน่ายตลอดทั้งปี สินค้ามีคุณภาพดีและสด

– เหตุผลที่ผู้บริโภคซื้อสินค้านำเข้า เนื่องจาก สินค้ามีราคาถูก ผักและผลไม้นั้นไม่มีปลูกในญี่ปุ่น และรสชาดดี

– แนวโน้มการจำหน่ายสินค้านำเข้าจะขยายตัวต่อไปทั้งในร้านค้าปลีกและซูเปอร์มาเก็ต

 

ข้อแนะนำในการเข้าตลาดญี่ปุ่น

1) ทำความเข้าใจพฤติกรรมการบริโภคของคนญี่ปุ่น ซึ่งตระหนักถึงสุขอนามัย   ในการรับประทานผักและผลไม้ และให้ความสำคัญกับรสชาดค่อนข้างมาก

2) ความสดเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อผักและผลไม้สด ปัจจัยที่ผู้บริโภคพิจารณาในการตัดสินใจซื้อ คือ ความสด รูปร่าง สีสัน และราคา ซึ่งความสดเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการตัดสินใจซื้อผักและผลไม้สดที่นำเข้าจากต่างประเทศ โดยที่ผู้บริโภค   เชื่อว่าผักและผลไม้สดที่นำเข้าต้องมีความสด เนื่องจากเทคโนโลยีในการเก็บรักษาและ การขนส่งที่ทันสมัยจะสามารถรักษาความสดของผักและผลไม้สดไม่ให้เน่าเสียง่าย

3) พัฒนารสชาดผักและผลไม้สดให้เหมาะสมกับรสนิยมของคนญี่ปุ่น คนญี่ปุ่น  จะเลือกซื้อสินค้านำเข้าที่มีรสชาดดีที่สุดควบคู่กับปัจจัยด้านความสดและรูปร่าง ในการทดลองซื้อสินค้าครั้งแรก หากรสชาดไม่เหมาะสมกับราคาแล้วคนญี่ปุ่นจะไม่ซื้อสินค้านั้นอีก ผู้นำเข้าหลายรายจึงนิยมนำเข้าผักและผลไม้สดที่ปลูกโดยใช้เมล็ดพันธุ์ของญี่ปุ่นเพื่อความมั่นใจด้านรสชาด แต่ในผู้ปลูกผักและผลไม้ในต่างประเทศหลายรายสามารถพัฒนาเมล็ดพันธุ์ของตนเองจนสามารถเพาะปลูกผักและผลไม้ที่มีรสชาดเหมาะสมกับรสนิยม ของคนญี่ปุ่นได้

4) รับประกันความปลอดภัยของสินค้า ไม่ให้มีสารเคมีและแมลงปนเปื้อนในผักและผลไม้สด โดยการตรวจสอบและออกใบรับรองโดยหน่วยงานควบคุมของญี่ปุ่นตามกฎหมาย Plant Quarantine Law และ Food Sanitation Law การระบุชื่อผู้ปลูกและประเทศที่เป็นแหล่งกำเนิดสินค้าบนฉลากสินค้า แม้จะไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยของสินค้า ณ จุดขายได้ แต่สินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ปลูกในญี่ปุ่นและปิดฉลากรายละเอียดของผู้ปลูกไว้ช่วยสร้างความมั่นใจได้มาก ดังนั้นจึงควร ตกลงกับผู้นำเข้าในญี่ปุ่นให้ชัดเจนเกี่ยวกับรายละเอียดในการปิดฉลากสินค้าเพื่อการส่งเสริมการขาย ณ จุดขาย

5) สร้างความสัมพันธ์กับซูเปอร์มาเก็ตและบริษัทการค้าระหว่างประเทศในญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้นำเข้าผักและผลไม้รายใหญ่ ที่มีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการในการนำเข้าผักและผลไม้จากต่างประเทศ คือ

– นำเข้าผักและผลไม้นอกฤดูกาล

– ผลผลิตผักและผลไม้ในญี่ปุ่นไม่เพียงพอทำให้มีราคาสูง

– แนะนำสินค้าใหม่ที่แตกต่างจากคู่แข่งขัน

6) ตั้งกิจการหรือสาขาในญี่ปุ่น เช่น Dole และ Greenery International ซึ่ง Dole ประสบความสำเร็จจาการศึกษาศักยภาพของตลาดญี่ปุ่นอย่างเจาะลึก ในขณะที่ Greenery International ประสบความสำเร็จในตลาดญี่ปุ่นจากส่งเสริมการขายและการประชาสัมพันธ์

Dole Corporation เป็นบริษัทที่สหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าของเอง 100% เปิด     กิจการในญี่ปุ่นเมื่อปี 2531 เพื่อต้องการขยายตลาดผลไม้ที่ญี่ปุ่นมีอุปทานขาดแคลน   โดยเริ่มจากการนำเข้าผักใบเขียว ได้แก่ บร๊อกโคลี่และหน่อไม้ฝรั่งจากสหรัฐฯไปจำหน่ายในญี่ปุ่น ต่อมาเพิ่มสินค้ากว่า 50 รายการ นำเข้าทั้งจากสหรัฐฯ เกาหลีใต้ จีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เนเธอร์แลนด์ และเม็กซิโก บริษัทประสบความสำเร็จโดยใช้วิกฤตให้เป็นโอกาส คือ ค่าเงินเยนแข็งค่า การผลิตในญี่ปุ่นขาดแคลน เนื่องจากเกษตรกรในญี่ปุ่นมีอายุมากขึ้นและเลิกทำอาชีพการเกษตร บริษัทยังปรับปรุงประสิทธิภาพการขนส่ง นอกจากนี้สินค้า  นำเข้ามีปริมาณมากเพียงพอ การส่งมอบตรงเวลา และต้นทุนต่ำ บริษัทได้รับกำไรในการดำเนินการจากการส่งสินค้าจำหน่ายในซูเปอร์มาเก็ตขนาดใหญ่ในญี่ปุ่น

7) การบรรจุหีบห่อ มีข้อที่ต้องพิจารณาดังนี้

– สินค้าที่มีขนาดและรูปร่างใกล้เคียงกัน ควรบรรจุไว้ในหีบห่อเดียวกัน

– ไม่ควรเว้นที่ว่างในหีบห่อมากเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้ากระทบกันทำให้เกิดเสียหายระหว่างการขนส่ง

 

Advertisements

การขยายพันธ์กล้วย

1.การขยายพันธุ์โดยเมล็ด
เป็นวิธีธรรมชาติดั้งเดิมของการขยายพันธุ์กล้วยที่มีเมล็ดมากอย่างกล้วยตานีและกล้วยน้ำว้าบางพันธุ์
การขยายพันธุ์โดยเมล็ดนี้  แต่เดิมชาวสวนจะนำเมล็ดแก่จากผลกล้วยที่แก่เต็มที่มาเพาะ  แต่เนื่องจากเมล็ดกล้วยมีเปลือกที่หนามากทำให้การเพาะเมล็ดต้องใช้เวลานานตั้งแต่  1-4  เดือน  จึงจะงอกให้เห็นต้นอ่อน  ทำให้การขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ดค่อยๆ  เสื่อมความนิยมลงไปจนเกือบไม่มีชาวสวนคนใดใช้วิธีขยายพันธุ์กล้วยโดยวิธีการเพาะเมล็ดอีกแล้ว  นอกจากนี้นักวิชาการที่เพาะเมล็ดเพื่อการศึกษา
2.การขยายพันธุ์โดยใช้หน่อ
ใช้หน่ออ่อน  (Peepers)
หน่ออ่อน  ในนี้หมายถึง  หน่อที่มีอายุน้อยและมีขนาดเล็ก  ลักษณะของหน่อ  ใบเป็นใบเกล็ด  อยู่เหนือผิวดิน  (ปัจจุบันวิทยาการเจริญก้าวหน้า  พบว่า  หน่ออ่อนไม่เหมาะสำหรับการขยายพันธุ์)
ใช้หน่อใบดาบ  (Sword  Suckers)
หน่อใบดาบ  หมายถึง  หน่อกล้วยที่เกิดจากตาของเหง้าหน่อใบนี้ลักษณะใบจะเรียวเล็กและยาวเหมือนมีดดาบ  (บางคนเรียกหน่อใบแคระ)  หน่อมีความสูงประมาณ  75-80  เซนติเมตร  มีเหง้าติดอยู่เหมาะสำหรับการขยายพันธุ์  เพราะจะเจริญเติบโตแข็งแรงและให้ผลผลิตดี
ใช้หน่อใบดาบ  (Sword  Suckers)
หน่อใบดาบ  หมายถึง  หน่อกล้วยที่เกิดจากตาของเหง้าหน่อใบนี้ลักษณะใบจะเรียวเล็กและยาวเหมือนมีดดาบ  (บางคนเรียกหน่อใบแคระ)  หน่อมีความสูงประมาณ  75-80  เซนติเมตร  มีเหง้าติดอยู่เหมาะสำหรับการขยายพันธุ์  เพราะจะเจริญเติบโตแข็งแรงและให้ผลผลิตดี
ใช้หน่อแก่  (Median Suckers)
หน่อแก่  หมายถึง  หน่อที่เจริญเติบโตมาจากหน่อใบดาบใบจะแผ่กว้าง
วิธีดูว่าหน่อกล้วยใดเป็นหน่อแกให้นับอายุ  ในกรณีนี้หน่อแก่  หมายถึง  หน่อที่มีอายุประมาณ  5-8  เดือน
ใช้หน่อใบกว้าง  (Water Suckers)
หน่อใบกว้าง  หมายถึง  หน่อที่เกิดจากตาของเหง้าแก่หรือจากเหง้าที่ไม่สมบูรณ์  ใบจะแผ่กว้างขณะที่หน่อยังมีอายุน้อย  ซึ่งหน่อใบกว้างจะเกิดก็ต่อเมื่อต้นแม่ออกเครือและตัดเครือแล้ว  หน่อชนิดนี้จริงๆแล้วไม่เหมาะที่จะนำไปขยายพันธุ์  เพราะจะให้ผลขนาดเล็กลง

กล้วย

กล้วย

กล้วย

กล้วย (Banana) ที่นิยมรับประทานกันในบ้านเรานั้นมีอยู่หลากหลายสานพันธุ์ เช่น กล้วยหอมกล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ กล้วยหักมุม เป็นต้น แต่สำหรับต่างชาติแล้วกล้วยที่นิยมมากที่สุดคงหนีไม่พ้นกล้วยหอม เนื่องจากกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ถ้าพูดถึงเรื่องประโยชน์แล้วมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งระบุชัดเจนว่าการรับประทานกล้วยแค่ 2 ลูกจะช่วยเพิ่มพลังงานในร่างกายได้เทียบเท่ากับการออกกำลังกายถึง 90 นาทีเลยทีเดียว! เพราะกล้วยอุดมไปด้วยน้ำตาลจากธรรมชาติรวมถึง 3 ชนิดเลยทีเดียวนั่นก็คือ ซูโครส กลูโคส และฟรุคโทส ซึ่งช่วยเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกายนั่นเอง

นอกจากนี้แล้วในกล้วยยังอุดมไปด้วยเส้นใยและกากอาหาร และยังวิตามินและแร่ธาตุนาๆชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ธาตุเหล็ก ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุโพแทสเซียม ธาตุแมกนีเซียม คาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามินเอ วิตามินบี6 วิตามินบี12 และ วิตามินซี เป็นต้น

คุณรู้หรือไม่ผลไม้อย่าง แอปเปิ้ลที่ขึ้นชื่อเรื่องความมีประโยชน์ก็ยังแพ้กล้วย เพราะว่าในกล้วยนั้นมีวิตามินและแร่ธาตุต่างๆมากกว่าแอปเปิ้ลถึง 2 เท่า โดยมีคาร์โบไฮเดรตมากกว่า 2 เท่า มีฟอสฟอรัสมากกว่า 3 เท่า มีโปรตีนมากกว่า 4 เท่า วิตามินเอและธาตุเหล็กมากกว่า 5 เท่าด้วยกัน!! โดยการกินกล้วยจะให้ดีที่สุดคือกินตอนเช้าเพื่อจะช่วยให้ระบบต่างๆในร่างกายทำงานได้ดี และการกินกล้วยทุกวันวันละ 2 ผลถือเป็นสิ่งที่ดีและวิเศษมากๆ จะกล้วยหอม กล้วยไข่ กล้วยน้ำว้าก็ได้ทั้งนั้น

ประโยชน์ของการกินกล้วย

  1. ช่วยลดกลิ่นปากได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ทั้งนี้ควรทานหลังตื่นนอนตอนเช้าทันทีแล้วค่อยแปรงฟัน และถ้าเป็นกล้วยน้ำว้าจะยิ่งช่วยลดกลิ่นปากได้ดีขึ้น
  2. กล้วย ช่วยควบคุมอุณหภูมิในร่างกายให้เป็นปกติ
  3. กล้วยอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆที่สำคัญและจำเป็นต่อร่างกาย เช่น ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม คาโบไฮเดรต โปรตีน วิตามินเอ วิตามินบี6 วิตามินบี12 และวิตามินซี
  4. ช่วยเพิ่มพลังให้แก่สมองของคุณ เพราะมีสารที่ช่วยทำให้มีเกิดสมาธิและมีการตื่นตัวตลอดเวลา
  5. กล้วยก็มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระเหมือนกันนะ ที่ช่วยในการชะลอความแก่ตัวของร่างกายนั่นเอง
  6. กล้วยมีส่วนช่วยในการลดความอ้วนได้ เพราะช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือกช่วยให้ลดอาการอยากกินของจุกจิกลงได้พอสมควร
  7. สำหรับผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับ กล้วยคือคำตออบสำหรับคุณ
  8. อาการหงุดหงิดยามเช้า กล้วยก็ช่วยคุณได้เหมือนกัน
  9. ช่วยลดอาการหงุดหงิดของผู้หญิงในช่วงประจำเดือนมา
  10. ช่วยลดอาการเมาค้างได้ดีระดับหนึ่ง เพราะจะช่วยชดเชยน้ำตาลที่ร่างกายขาดไปในขณะดื่มแอลกอฮอล์
  11. เป็นตัวช่วยสำหรับผู้ที่ต้องการอยากเลิกสูบบุหรี่ เพราะในกล้วยมีวิตามินเอ ซี บี6 บี12 โพรแทสเซียม และแมกนีเซียมที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้นจากการเลิกนิโคติน
  12. ช่วยรักษาอาการท้องผูก เพราะกล้วยมีเส้นใยและกากอาหารซึ่งจะช่วยให้ขับถ่ายได้อย่างปกติ
  13. ช่วยบรรเทาอาการของริดสีดวงทวาร หรือในขณะขับถ่ายจะมีเลือดออกมา
  14. ช่วยลดอาการเสียดท้อง ลดกรดในกระเพาะ การกินกล้วยจะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายจากอาการนี้ได้
  15. ช่วยรักษาโรคโลหิตจางได้ เพราะในกล้วยมีธาตุเหล็กสูง ซึ่งจะช่วยในการผลิตฮีโมโกลบินในเลือด เพื่อรักษาภาวะโลหิตจางหรือผู้ที่อยู่ในสภาวะขาดกำลัง
  16. ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง หรือเส้นเลือดฝอยแตกได้
  17. ช่วยลดโอกาสเสี่ยงของการเกิดเส้นโลหิตแตกได้
  18. สำหรับผู้ที่เป็นโรคกระเพาะหรือกระเพาะอักเสบ การรับประทานกล้วยบ่อยๆ ถือเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะกล้วยมีสภาพเป็นกลาง มีความนิ่มและเส้นใยสูง
  19. ช่วยรักษาแผลในลำไส้เรื้อรัง เพราะกล้วยมีสภาพเป็นกลาง ทำให้ไม่เกิดการละคายเคืองในผนังลำไส้และกระเพาะอาหารด้วย
  20. ช่วยรักษาโรคซึมเศร้า ภาวะความเครียด เพราะกล้วยมีโปรตีนชิดหนึ่งที่เรียกว่า Tryptophan ซึ่งช่วยในการผลิตสาร Serotonin หรือ ฮอร์โมนแห่งความสุข จึงส่วนช่วยในการผ่อนคลายอารมณ์ได้ดียิ่งขึ้น
  21. ช่วยลดอัตราการเกิดตะคริวบริเวณมือ เท้า และน่องได้
  22. ช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องของมารดาลงได้
  23. กล้วย สรรพคุณช่วยบรรเทาอาการนิ่วในไตได้ในระดับหนึ่ง

    ประโยชน์ของกล้วย

    1. กล้วยก็สามารถนำมาทำเป็นมาส์กหน้าได้เหมือนกันนะ โดยจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิว ช่วยลดความหยาบกร้านบนผิว วิธีง่ายๆ เพียงแค่ใช้กล้วยสุกหนึ่งผลมาบดให้ละเอียด แล้วเติมน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นคลุกให้เข้ากัน แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก
    2. เปลือกกล้วยสามารถแก้ผื่นคันที่เกิดจากยุงกัดได้ ด้วยการลองใช้ด้านในของเปลือกกล้วยทาบริเวณที่ถูกยุงกัด อาการคันจะลดลงไปได้ระดับหนึ่ง
    3. เปลือกด้านในของกล้วยช่วยในการรักษาโรคหูดบนผิวหนังได้ โดยใช้เปลือกกล้วยวางปดลงบริเวณหูดแล้วใช้เทปแปะไว้
    4. เปลือกกล้วยด้านในช่วยฆ่าเชื้อ ที่เกิดจากบาดแผลได้เหมือนกัน แต่ยังไงก็ตามเมื่อแปะที่บาดแผลแล้วก็ควรจะเปลี่ยนเปลือกใหม่ทุกๆ 2 ชั่วโมงด้วย
    5. สรรพคุณกล้วย ยางกล้วยสามารถใช้ในการห้ามเลือดได้
    6. ก้านใบตอง ช่วยลดอาการบวมของฝี แต่ก่อนใช้ต้องตำให้แหลกเสียก่อน
    7. ใบอ่อนของกล้วย หากนำไปอังไฟให้นิ่ม ก็ใช้ประคบแก้อาหารเคล็ดขัดยอกได้
    8. หัวปลี นำมารับประทานเพื่อช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และบำรุงและขับน้ำนมสำหรับมารดาหลังคลอดบุตร
    9. ผลดิบนำมาบดให้ละเอียดทั้งลูกผสมกับน้ำสะอาด รับประทานเพื่อแก้อาการท้องเสีย
    10. ใบตอง อีกส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์กันอย่างมาก เช่น กระทง ห่อขนม ห่ออาหาร ทำบายศรี บวงสรวงต่างๆ

    คุณค่าทางโภชนาการของกล้วย ต่อ 100 กรัม

    • ประโยชน์ของกล้วยพลังงาน 89 กิโลแคลอรี่
    • คาร์โบไฮเดรต 22.84 กรัม
    • น้ำตาล 12.23 กรัม
    • เส้นใย 2.6 กรัม
    • ไขมัน 0.33 กรัม
    • โปรตีน 1.09 กรัม
    • วิตามินบี1 0.031 มิลลิกรัม 3%
    • วิตามินบี2 0.073 มิลลิกรัม 6%
    • วิตามินบี3 0.665 มิลลิกรัม 4%
    • วิตามินบี5 0.334 มิลลิกรัม 7%
    • วิตามินบี6 0.4 มิลลิกรัม 31%
    • วิตามินบี9 20 ไมโครกรัม 5%
    • โคลีน 9.8 มิลลิกรัม 2%
    • วิตามินซี 8.7 มิลลิกรัม 10%
    • กล้วยธาตุเหล็ก 0.26 มิลลิกรัม 2%
    • ธาตุแมกนีเซียม 27 มิลลิกรัม 8%
    • ธาตุแมงกานีส 0.27 มิลลิกรัม 13%
    • ธาตุฟอสฟอรัส 22 มิลลิกรัม 3%
    • โพแทสเซียม 358 มิลลิกรัม 8%
    • ธาตุโซเดียม 1 มิลลิกรัม 0%
    • ธาตุสังกะสี 0.15 มิลลิกรัม 2%
    • ธาตุฟลูออไรด์ 2.2 ไมโครกรัม

    % ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)

Hello world!

This is your very first post. Click the Edit link to modify or delete it, or start a new post. If you like, use this post to tell readers why you started this blog and what you plan to do with it.

Happy blogging!